Home ความรัก ทำไมถึงกล้า “ทำร้ายความรู้สึก” ของคนที่ครั้งหนึ่งเราเคยรักมาก

ทำไมถึงกล้า “ทำร้ายความรู้สึก” ของคนที่ครั้งหนึ่งเราเคยรักมาก

1 min read
109

อาจเพราะไม่เห็นความสำคัญอีกแล้ว จึงกล้าทำร้ายความรู้สึกของใครอีกคนได้

เริ่มต้นอาจจะรู้สึก พอเมื่อทำบ่อยๆ จนกลายเป็นชินชา กระทั่งปัญหาที่ทำใหญ่ขึ้น

ความสำนึกผิด-บาปในใจมันก็ลดลง จนไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรอีกเลย

ผู้ชายคนหนึ่งยืนนิ่งเฉย เมื่อเมียท้องจับได้ว่าแอบมีใครอีกคนจนกระทั่งเลยเถิด

ผู้หญิงคนนั้นยืนร้องไห้เหมือนคนเสียสติกลางห้างสรรพสินค้า แต่ผู้ชายคนนั้นกลับยืนเฉย

ไม่ได้รู้สึกผิดหรือสะทกสะท้านในสิ่งที่ตนเองกำลังทำ

ภายหลังผู้เขียนมารู้จากปากผู้ชายคนนั้นว่า “เขารู้สึกเบื่อหน่ายอดีตภรรยาที่อยู่กินมานานเต็มทน

เธอตั้งใจจับเขาและปล่อยให้ตัวเองท้องเอง เวลานี้เขาเจอผู้หญิงที่เขารักเสียแล้วล่ะ

เธอคือคนที่ใช่และเข้าใจเขามากกว่าอดีตภรรยาที่อยู่กินกันมานาน”

มีคำถามมากมายที่ผู้เขียนอยากจะถามชายคนนั้น

แต่เลือกที่จะถามออกไปเพียงข้อเดียวว่า “รู้สึกอย่างไรกับการกระทำของตัวเอง ”

ชายคนนั้นตอบเรียบๆ ราวกับคนไร้ความรู้สึกว่า “เขารู้สึกว่าการตัดสินใจเดินออกจากชีวิตอดีตภรรยาและลูก

คือสิ่งที่ถูกต้อง เขาทนอยู่ต่อไปไม่ได้ เขารักผู้หญิงคนใหม่เหลือเกินและทนไม่ได้ที่จะสูญเสียเธอคนใหม่ไป”

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ผู้เขียนได้สนทนากับอดีตมิตรคนนั้นเสียแล้วล่ะ

เพราะคิดว่าศีลเราคงไม่เสมอกันเสียแล้ว เพราะทั้งความคิดและการกระทำของเขา เราคงเข้าไม่ถึง

เห็นอะไรไหม? ความเบื่อหน่ายคือเหตุผลที่ชายคนนี้ละทิ้งทุกๆ

อย่างในชีวิตเพื่อไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับผู้หญิงอีกคนที่เขายังไม่รู้จักดี แต่เขาก็กล้าเลือกที่จะทิ้งครอบครัว

ลูก-เมีย รวมถึงสังคมรอบตัว เพียงเพราะความหลง

ความผิดบาป ศีลธรรมในใจ ความเอื้อเฟื้อต่อคู่ครอง ชายคนนี้ไม่มีคุณสมบัติเข้าถึงสักข้อ

รวมถึงคุณสมบัติของการเป็น ‘พ่อคน’

หากชีวิตเราต้องเจอใครเป็นแบบนี้ จงรีบปล่อยถือจากเขาเสียเถอะ ไม่ว่าจะเป็นคู่ครอง มิตร หรือคนรู้จัก

เพราะความคิดและการกระทำของเขา มันคือคนจิตใจดำ เหี้ยมเกรียม ผิดมนุษย์ ที่คนดีที่ปกติเขาไม่ทำกัน

การกระทำของเขามันจะย้อนมาทำลายตัวเขาเอง กิเลสหนาที่ห่อหุ่มจิตใจของเขา ทำให้เขาไม่เห็นความทุกข์ของคนอื่นๆ

แม้แต่ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่กำลังอุ้มท้องลูกเขาอยู่

ส่วนภรรยากับลูกของเขาเวลานี้ ผู้เขียนรับรู้ห่างๆ ว่า เธอเข้มแข็งและเลี้ยงลูกเพียงลำพังและดูจะมีความสุขมากกว่าเก่า

จิตใจของเธอช่างเข้มแข็งและไม่ก่อเวรสร้างกรรมกับอดีตสามีและชู้ด้วยการ ‘ปล่อย’ ให้เวรกรรมจัดการ

ส่วนสามีนั้น ชีวิตสุกๆ ดิบ มิตรที่รู้ข่าวคราวก็ส่งต่อๆ มาว่า ความเจ็บป่วยจากโรครุมเร้า เงินทองติดขัด

ไม่ค่อยได้รับการยอมรับจากสังคมเท่าไหร่ รอบกายมีแต่คนหวังผลประโยชน์ ทุกข์มากกว่าสุข ติดขัดปัญหาบ่อยๆ ทั้งๆ

ที่ไม่น่าจะเกิดปัญหาหาคนจริงใจด้วยไม่ได้ ยังอยู่กินกับผู้หญิงคนใหม่ แต่ก็ทะเลาะกันบ่อย

เพราะเลยจุดต่างฝ่ายต่างอยากได้ อยากครอบครองมาแล้ว พอมาอยู่ด้วยกันสิ่งหนึ่งที่ดึงดูดทั้งคู่เข้าด้วยกันคือ

ศีลเสมอ ความคิดเสมอ จึงทำให้อยู่ด้วยกันได้ มีชีวิตอยู่บนความหวาดระแวง

ต่างฝ่ายต่างกลัวโดนกระทำบ้าง ทุกข์มากกว่าสุข เพราะสิ่งที่หวังกลับไม่ได้เป็นดังหวัง

ความรู้สึกผิดชอบ ชั่วดี มันค่อยๆ กัดกล่อนจิตใจ

พักหลังจึงจูงมือกันทำบุญค่อนข้างบ่อย ความที่สำนึกผิดแต่ก็ยากจะลบเลือนการกระทำของตัวเองได้

ถึงอย่างไรก็คงต้องรับผลของการกระทำของตัว ซึ่งอาจจะหนักกว่าที่ไปกระทำเขาไว้

เรื่องราวและเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลมาจากความเบื่อหน่ายและความไม่รู้จักพอของคนๆ เดียว

และใครอีกคนที่เข้าไปเป็นคนกลางทำร้ายครอบครัวคนอื่น โดยที่ไม่รู้จักยั้บยั้ง หักห้ามใจ

สุดท้ายคนที่ปล่อยก่อนคือคนที่จิตใจสุขสงบได้ก่อน ส่วนกรรมใหม่ที่ชายคนนั้นและหญิงชู้สร้างขึ้นก็ต้องชดใข้กันไป

เครดิตจาก : เห็นทุกข์เห็นธรรม

Loading...
Comments are closed.

Check Also

จะแย่งได้ยังไง เมื่อเขาเป็นของคนอื่น..

ความรัก มักไม่เข้าใครออกใคร ความรู้สึกคนเราที่ว่ายิ่งใหญ่ และสามารถบังคับทิศทางได้ เจอลมแร…