Home ความรัก อย่าเรียกเขาว่า ‘คนที่ใช่’ ถ้ายังไม่…

อย่าเรียกเขาว่า ‘คนที่ใช่’ ถ้ายังไม่…

1 min read
0
127

สบตาใครแล้วรู้สึกโดนเว่อร์ครั้งแรก อันนี้หลายคนเรียกรักแรกพบ

บังเอิญเดินเจอกันในที่ๆ ไม่น่าเป็นไปได้ อย่างร้านก๋วยเตี๋ยวข้างทาง อันนี้เรียก ปาฏิหาริย์ไปอี๊กกกกก แต่การที่คนซักคน จะใช้ชีวิตอยู่กับคนๆ หนึ่งได้นานสุดๆ จนถึงตลอดไปได้ คนนั้นต้องทำให้เรารู้สึก ‘ใช่’ ขนาดไหน มันเป็นโมเม้นต์ชวนฝันที่ทำเราเคลิ้มไปเองรึเปล่า คลีโอขอบอกว่า อย่าเพิ่งเมมเอาไว้ในสมองว่านี้คือคนที่ใช่ ถ้ายังไม่…

ถ้าทุกครั้งที่เขาไปไหน เราจะหึงปรี๊ด จิตใจอยู่ไม่สุขทุกครั้ง

แฟนน่ารักมีเสน่ห์ขนาดนี้ เป็นธรรมดาที่เวลาเขาไปไหน ต่อมหึงในตัวที่ตอนแรกกดเอาไว้ซะลึก ก็ค่อยๆ ปะทุขึ้นมาเหมือนภูเขาไฟระยะที่หนึ่ง แต่เราก็ยังเชื่ออยู่ดี ว่าคนที่ใช่ คือคนที่เราสัมผัสได้ว่ามันคอนเนคกันข้างในจิตใจ มันอยู่ขั้นจิตวิญญาณ ไม่ว่าเราจะเจอใครน่ากินระดับมิชลินสตาร์ขนาดไหน แต่ลึกๆ เราก็รู้ว่าเรามีคนๆ นี้ ที่ไม่มีใครแทนที่ได้ เราโชคดีแค่ไหนที่มีสมบัติล้ำค่าคือแฟนคนนี้ แต่ถ้าทุกครั้งที่แฟนเราขอไปเที่ยว ภาพเขาอยู่กับแก๊งค์เพื่อนผู้ชายที่ชวนกันเหล่สาว ภาพเขากินเหล้าหนักจนเมาแล้วเผลอเลื้อยกับหญิงอื่นมันตามหลอกหลอนทุกที เกิดความไม่มั่นใจตุ้มต่อมพีคคคค แบบนี้ ลึกๆ เราขาดศรัทธาในคนที่ใช่ของเรารึเปล่านะ

ถ้าหัวใจตัวเองยังไม่นิ่ง

อย่าว่าแต่พฤติกรรมของแฟนเลย เอาข้างในหัวใจเรานี่ล่ะ ถ้ายังไม่รู้สึก settle down กับคนๆ นี้ ไปไหนแล้วยังอยากเฟลิร์ตเช็คเรตติ้งตัวเองหน่อย ถ้ามีหนุ่มตาน้ำข้าวเหมือนในหนังมาจีบ อุ๊บส์ หลุดปากบอกว่าโสดไปทุกทีน่ะ อย่าใช้ข้ออ้างว่า เรารักแฟนเรา อันนี้เล่นขำๆ ลองเกมส์ คืออย่าเอาคนทีใช่ มาอยู่ในเกมส์ความรักปลอมๆ เลย เขาไม่ใช่ผู้ชายในฝันให้เราเอาแต่เพ้อ แต่เขาคือคนจริง คนที่ใช่ที่สัมผัสได้ ผูกพันธ์ได้ ไม่ใช่เอาไว้ have ฟันข้ามคืน

ถ้าชีวิตจริงในโลกโซเชียล กับความจริงประจำวันนี่ต่างกันลิบลับ

ไถอินสตาแกรมลงเรื่อยๆ เราจะเห็นคู่รักบางคู่ ที่โอ้โหหหห ลงรูปมองตากันหวานเยิ้ม แคปชั่นบอกรักมาเป็นเรียงความปริญญาโท บางครั้ง เห็นแล้วก็เผลอหวามใจ เคลิ้มตามกับกลิ่นอายรักเอยนี้เหลือเกิน แต่เราก็เห็นว่าหลายคู่ ดูสวีทจนมดไต่ทั้งขบวนในโลกโซเชียล แต่ชีวิตจริง ด่ากันทุกวัน ผู้ชายก็แอบนอกใจ ผู้หญิงร้องไห้ก่อนนอนคืนเว้นคืน เราพิสูจน์มาแล้วนับไม่ถ้วน (ก็จากเพื่อนๆ รอบตัวเราเนี่ยแหละ) ภาพที่เห็นในโซเชียล คอนเฟิร์มรักแท้ของเราได้ไม่ถึง 20% ในชีวิตจริงด้วยซ้ำ เวลาผู้ชายเขาเปิดตัวเราออกสื่อหนักมาก แต่ชีวิตจริงแอบคุยกับสาวอื่นจนเราจับได้ตลอด งั้นอย่าเอาสิ่งที่เห็นในโลกไอทีสวยสดใสมาปลอบใจว่าความรักของเรามันใช่เลย

ถ้าเขายังไม่เห็นจุดดาร์คที่สุดของเรา แล้วรับมันได้

เรามักจะรู้สึกทุกอย่างสมูธ เพอร์เฟ็ค และสวยหวานมากในตอนแรกๆ แต่พอคบกันไปเรื่อยๆ ความกลัวในจิตใจที่ติดมาตั้งแต่เด็ก ความเครียดเรื่องครอบครัวที่พูดไม่ได้ ปมมืดดำที่ไม่เคยกล้าบอกใคร มันอาจค่อยๆ เผยออกให้เขาเห็นทีละนิด เราสัมผัสได้มั้ย ว่าเขาพร้อมยอมรับทั้งด้านลึกลงเหว และด้านสว่างสดใสในตัวเรา เขารับได้มั้ยว่าจริงๆ แล้วเราเป็นสีเทา สัมผัสได้มั้ยว่าเขารักเรา ที่ตัวตนของเราจริงๆ ไม่ใช่เปลือกนอกฉาบฟิลเตอร์หลายชั้นที่คนอื่นเห็น เราพร้อมแชร์ทุกอย่างที่อยู่ในใจกับเขา เหมือนเขาเป็นกระจกสะท้อนความคิดของเรา และเป็นเงาคอยตามดูแลเราเสมอไม่ไปไหนได้มั้ย และในขณะเดียวกัน เราก็พร้อมเป็นคนๆ นั้นให้เขาเหมือนกัน

ถ้าเรายังไม่รู้สึกเติมเต็มในหัวใจ

ความหลงระเริง โซซซซซซซซฟอลอินเลิฟกับผู้ชายคนนี้ มันมีได้ง่ายมากเลยนะ แต่ถ้าทุกครั้งที่เราลั้นล้า สนุกสุดขีด แต่เมื่อไหร่ที่นิ่ง ได้หยุดนั่งมองตาเขาเข้าไปลึกๆ มันกลับรู้สึกโหวงแปลกๆ ทำไมเหมือนว่างเปล่า เวลาเจอปัญหาอะไรหนักๆ เรากลับไม่รู้สึกว่าสามารถพึ่งพาและไว้ใจเขาได้มากขนาดนั้น เราไม่กล้าเล่าอะไรบางอย่างให้เขาฟัง เรามีความเกรงใจ มีความกังวลนู่นนี่แบบหาสาเหตุไม่ได้ มีความสุขกันแค่ตอนชีวิตกราฟขึ้น แต่พอลงเมื่อไหร่ก็ไม่อยู่เพื่อกัน ในใจลึกๆ กลับรู้สึกเหงา ความรักของเรามันยังไม่คอมพลีท

ถ้ายังไม่เห็นภาพ ว่าฉันจะอยู่กับคนๆ นี้ไปตลอดชีวิตได้

เชื่อเราเถอะ ว่าคนที่ใช่ ถึงมีเรื่องให้ต้องเถียงกันหนักขนาดไหน เราก็จะเอนจอยการทะเลาะทุกครั้งกับเขา หน้าตาเราโกรธบูดเบี้ยว อารมณ์เดือดพล่าน แต่เจ้าตัวอินเน่อร์ข้างในเรามันกำลังยิ้มร่า เป็นโมเม้นต์ที่บอกกับตัวเองเลยว่า ยังไงฉันก็ขอทะเลาะกับคนๆ นี้ไปเรื่อยๆ เพราะรู้ว่า สุดท้ายเราจะดีกัน bottom line ของการงี่เง่าเอาแต่ใจ มันคือความรักกัน แต่ถ้า 80 % เราและแฟนทะเลาะกันแบบ… เขาโนสนโนแคร์หัวใจเราใดๆ ทั้งสิ้น หรือเราหมดไฟที่จะสู้เพื่อเขาแล้ว รู้สึกโดนย่ำยี ทำไมรู้สึกตัวเองไม่มีค่าบลาบลา ทำไมคนรักกันเขาถึงบั่นทอนจิตใจเราได้ขนาดนี้ สังเกตได้ง่ายๆ คือถ้าเราหันไปมองเพื่อนสนิท แล้วเพื่อนรู้สึกเจ็บแทน เห็นดวงตาที่เศร้าและความผิดหวังว่าทำไมเราต้องทำตัวเองเจ็บซ้ำๆ เรื่อยๆ ให้เราลองคิดดูเลยว่า จากความรัก ที่ควรเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยากมีชีวิตอยู่ แต่ถ้ามันกลับทำให้เราหมดแรงจะหายใจ ทำให้เรารู้สึกตัวเล็กลงไปทุกที ภาพอนาคตมันเริ่มเลือนลาง ลืมไปแล้วว่าตอนแรกที่รักกันมันเป็นยังไง…..

งั้นเลิกหลอกตัวเองกับความสุขในอดีต จนลืมมองความทุกข์ในปัจจุบันเถอะ อยู่กับความจริง ออกมาแล้วไปหาความสุขในอนาคตดีกว่า เย่

สุดท้ายแล้ว เมื่อเจอ ‘คนที่ใช่’ มันจะไม่มีคำถาม จะเป็นคนที่เราใช้ความรู้สึกเลือกเองได้นั่นแหละ แต่บางที ผู้หญิงอาจรู้สึก blind ไปบ้าง มันโอเค เพราะมันคือการ fall in love เราเลยให้ลิสต์นี้มาเช็ค เพื่อเขย่าสติเบาๆ เท่านั้น หลังจากนี้ก็ลุยเลยสาวๆ

ขอขอบคุณที่มา cleothailand

Loading...
Comments are closed.

Check Also

เรื่องย่อ “นายยิ้มมะยมหวาน”

เรื่องย่อ “นายยิ้มมะยมหวาน” บทประพันธ์ :บุษยมาศ (ดัดแปลงจากบทประพันธ์เรื่อง เป…