Home ธรรมะ วิธีเสริมพลังบุญให้กับอาชีพ เพื่อความรุ่งโรจน์และร่ำรวย

วิธีเสริมพลังบุญให้กับอาชีพ เพื่อความรุ่งโรจน์และร่ำรวย

1 min read
0
0
110

วิธีเสริมพลังบุญให้กับอาชีพ เพื่อความรุ่งโรจน์และร่ำรวย

คนที่ทำอาชีพต่างกันนั้น หรือมีความสามารถ ความชอบที่ต่างกันเช่น ในศิลปะการวาดรูป หรือในการดนตรี การช่าง หรือในเรื่องใดก็ตามนั้น

เป็นเพราะกรรมและปัจจัยที่แต่ละบุคคลสะสมมาในอดีตชาติ

เหมือนกับความรู้ที่เราเรียนมาในชาตินี้ที่ต้องมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เรา ชอบเป็นพิเศษและทำได้ดี เมื่อทำบ่อยๆ เขาก็จะฝังใจเกิดความชำนาญ สามารถทำได้

เหนือกว่าผู้อื่นหลาย บางคนอาจจะหัดทำกับข้าวแทบต า ยแต่รสชาติไม่ได้เรื่องได้ราว แต่กับอีกคนราวกับว่าคาบทัพพีมาเกิดเลย

โตขึ้นมาหยิบจับทำอะไรก็อร่อยไปหมด คนในยุคนี้เรียกว่า “พรสวรรค์ “ แต่ในความจริงเป็นกรรมที่ติดตัวมา เป็นความรู้เดิม

ความทรงจำเดิมซึ่งอาจจะมีหลายกรรม หลายวาระแต่กรรมใดที่ทำเป็นอาจิณและเป็นกรรมหนักที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง มักจะส่งผลก่อน

เช่น คนที่เคยเป็นทหารในอดีตชาติมีการกระทำซ้ำๆ มาหลายชาติมาชาตินี้ก็มีสิทธิ์มากที่จะเป็นทหารและรุ่งเรืองในอาชีพการงาน

แต่บางคนอาจจะเคยเป็นมาชาติหนึ่งหรือสองชาติ น้อยกว่าการเป็นพ่อค้าวานิชที่ร่ำรวย มาในชาตินี้อาจจะเป็นทหารแต่ไม่รุ่งเรืองในอาชีพ

แต่เมื่อลาออกราชการมาทำอาชีพค้าขายจึงรุ่งเรืองผิดกันลิบลับ

ดังที่พระอริยสงฆ์ที่มีบุญบารมีมากนั้น ท่านไม่แค่สร้างบุญบารมีในชาตินี้เพียงชาติเดียว ท่านต้องเคยบวชเรียน ปฏิบัติธรรม ในหลายชาติที่ผ่านมา

เป็น “ของเก่า” ของท่านที่ท่านต้องทำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุตามคำสัจจะอธิษฐานของท่าน ไม่ว่าท่านจะปรารถนาไปในทางใด

เป็นพุทธภูมิหรือเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต พระปัจเจกพุทธเจ้าหรือปัจเจกภูมิ หรือสาวกภูมิเพื่อไปสู่นิพพานก็ตาม ถ้ายังไม่หมดเชื้อ

ยังไม่ถึงในสิ่งที่ท่านตั้งใจ ก็ต้องวนเวียนมาเกิดอีกหลายภพหลายชาติ

เมื่อต่างก็มาเกิดตามกรรม ตามปัจจัยที่สะสมมาต่างกันในอ ดีตชาติ พอมาถึงในชาตินี้ ก็ย่อมศึกษาวิชาการต่างกัน ประกอบอาชีพต่างกัน

บางอาชีพก็เป็นสัมมาชีพ และบางอาชีพก็เป็นมิจฉาชีพ แต่เชื่อว่าไม่มีใครอยากจะทำไม่ดี การที่ประกอบอาชีพไม่รุ่งเรืองนั้นมีอยู่ 2 เรื่องสำคัญ

เรื่องที่หนึ่ง ยังทำเหตุในชาตินี้ไม่สมบูรณ์ยังไม่ตรงกับผลที่อยากจะได้รับ คือ ยังทำไม่พอที่จะประสบความสำเร็จ จึงต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่า

ยังมีการใดบ้างที่เรายังไปไม่ถึง ไม่ครบถ้วนเช่น ปัญญาความรู้ต่างๆ ที่ยังไม่พอ ความขยันขันแข็ง ทุนรอนที่พอสำหรับที่จะทำให้งานนั้นสำเร็จ

ความสามารถยังไม่พอที่ต้องไปขอให้คนอื่นมาช่วย เรื่องเหล่านี้ต้องพิจารณาให้ดี

แล้วพยายามแก้ไขทำให้เหตุเต็มพร้อมสมบูรณ์ในทุกเรื่องที่ใช้ในการประกอบอาชีพให้พบกบความสำเร็จ

เรื่องที่สอง ยังบุญไม่ถึง บุญไม่พอที่จะพบกับความสำเร็จ เรื่องนี้แก้ไขได้ด้วยการสร้างบุญกุศลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

และอาชีพที่ทำนั้นต้องเป็นอาชีพที่ไม่ผิดบาป ไม่เป็นอาชีพที่เบียดเบียนผู้อื่น ซึ่งจะขอแนะนำถึงเคล็ดวิชาสำคัญให้ลองไปทำดังนี้

หมั่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลพระภูมิ เจ้าที่เจ้าทางสถานที่ค้าขาย ที่ทำงานด้วยความนอบน้อม การบูชาที่ดีที่สุดก็คือ การปฏิบัติบูชา

การสร้างบุญและอุทิศบุญไปให้ท่าน เรื่องของเซ่นไหว้อะไรนั้นขอให้ยึดหลักธรรมดาใช้ปัญญาให้มากอย่าทำให้มันเกินเลย ทำแต่พอดี

ท่านปรารถนาบุญมากกว่าผลไม้ อาหารเหล่านั้น ที่สำคัญท่านเป็นกายละเอียด กายทิพย์รับแต่สิ่งที่เป็นทิพย์ได้เท่านั้น

ของเซ่นไหว้ส่วนมากจะกลายเป็นอาหารของมด หนูเท่านั้น

หมั่นระลึกนึกถึงผู้มีพระคุณทั้งในชีวิตและในหน้าที่การงานรวมถึงครูบาอาจารย์ ต้องรู้จักกตัญญูเชิดชูท่าน

สำหรับท่านที่เสียชีวิตไปแล้วให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่าน สำหรับที่ยังมีชีวิตอยู่ควรหมั่นไปเยี่ยมเยียนท่าน ขอพรจากท่าน

คนที่ทำอาชีพอะไรไม่ขึ้น ไม่มีทางร่ำรวยได้ ส่วนมากจะเป็นคนอกตัญญูไม่พระคุณคน ยิ่งพ่อแม่ด้วยแล้วใครที่เตยทำให้ท่านช้ำใจ

หรือทำให้ท่านเสียใจถ้าถึงขนาดที่ท่านต้องร้องไห้ทุกข์ใจเพราะการกระทำของเรา รับรองว่าชาตินี้ทำอะไรก็ไม่เจริญ มีแต่เรื่องติดขัด

ให้รีบไปขอขมา ขออโหสิกรรมท่านโดยด่วนที่สุดเท่าที่ทำได้ ให้เอาน้ำสะอาดโรยด้วยดอกมะลิ หรือดอกไม้หอมไปล้างเท้าท่าน

ล้างเสร็จแล้วเอาผ้าสะอาดที่นุ่มเช็ดเท้าท่านแล้วเอาวางบนหัวของตัวเอง กล่าวขอขมา ขออโหสิกรรมต่อท่าน และรับปากท่านว่าจะเป็นคนใหม่

เป็นคนดีมีศีลกำกับชีวิต ถ้าท่านให้อโหสิกรรมแล้ว กรรมต่างๆ ที่เคยทำกับกับท่าน การทำมาค้าขายจะดีขึ้นทันตาเห็นเลย

แต่ถ้าท่านเสียชีวิตไปแล้วให้หมั่นทำบุฯกุศลให้ท่าน แล้วกล่าวขออโหสิกรรมต่อท่านบ่อยๆ ด้วยความสำนึกผิดจริงๆ จะช่วยได้

ถือศีล 5 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 4 คนที่ทำการค้าหรือทำงานไม่ว่าอะไรต้องระวังกรรมทางวาจาให้มาก บางครั้งคำพูดของเรานั้นจะไปปิดทางเจริญใน

อาชีพแทนที่จะได้ดีอาจจะทำให้คนเขาเกลียดหรือเป็นเป็นกรรมมาขวางทางสำเร็จไว้ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ แห่งวัดท่าซุง

พระอริยสงฆ์แห่งเมืองไทยได้เมตตาบอกทางไว้ถ้าอยากเจริญให้ทำ “วาจาเป็นทิพย์”

คือพูดตามความเป็นจริง ไม่พูดหยาบคาย ใช้วาจาไพเราะ ไม่ส่อเสียด ไม่ยุยงส่งเสริมเขาให้แตกร้าวกัน ใช้วาจาเฉพาะที่วาจาที่เป็นประโยชน์ทั้ง 4 ประการนี้

คำว่า “โทษ” ไม่มีเกิดขึ้น มีแต่”คุณ”เท่านั้น จะไปที่ไหน จะพูดที่ไหน ใครก็อยากรับฟัง และส่งเสริมให้เจริญ

บริจาคทาน รู้จักการให้อย่างสม่ำเสมอ การให้ทานนั้นจะเกิดผลมาก

ยิ่งคนที่เขาเดือดร้อนแล้วเราอยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ให้เหมาะสมกับกาลเวลา เหมาะกับเหตุ

ทำงานทุกครั้ง ทุกนาทีให้นึกว่ากำลังทำบุญอยู่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้ผู้อื่นมีความสุขทั้งลูกค้า เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน

คนที่ทำอาชีพค้าขายต้องให้ลุกค้าทุกอย่างที่ดีที่สุด ลดราคาได้เพื่อสร้างบุญถ้าทำได้จะดีมากๆ มีแม่ค้าอยู่คนหนึ่งตอนแรกค้าขายอะไรก็ติดขัด

เพราะคิดเอาแต่ได้ คิดแต่จะเอาเปรียบลูกค้า เมื่อได้รับคำแนะนำให้ไปคิดกลับด้านกันกลับมาทางบุญ ให้คิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ามีความสุข

ให้ลูกค้าในสิ่งที่ดีที่สุด ในราคาที่ดีไม่เอาเปรียบเขา

รู้จักเคล็ดทำบุญกับลูกค้าทุกครั้ง คือ ของแทนที่จะขาย 10 บาทก็ขาย 9 บาท สำหรับ 1 บาทที่ลดไปนั้นถือว่าทำบุญให้กับลูกค้า

พอเริ่มทำแบบนี้แล้ว ลูกค้าที่หายไปก็กลับเข้ามา ลูกค้าใหม่ก็เข้ามาอุดหนุน วันนี้ร่ำรวยมีเงินเป็นหลายๆ ล้านแล้ว ลองเอาไปใช้กันดู ยิ่งทำยิ่งรวย

หมั่นอุทิศบุญให้กับเทวดาประจำตัว อยากจะบอกให้ทราบอย่างหนึ่งว่า เทวดาประจำตัวนั้นมีจริง เมื่อทำบุญทุกครั้งควรจะอุทิศบุญให้ท่านด้วย

เพื่อให้ท่านมีบุญบารมีเพิ่มและช่วยเราได้เมื่อเรามีเคราะห์ เทวดาประจำตัวนั้นในอดีตท่านอาจจะเป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตา ยาย ครูบาอาจารย์

เพื่อนสนิทหรือญาติที่ยังมีความห่วงใย ยังคงมีกรรมผูกพันและห่วงใยเราอยู่ สำหรับในภพภูมิของเทวดานั้น บางชั้นของสวรรค์ 1 วันเท่ากับ 100 ปีมนุษย์

ดังนั้นคนที่ห่วงใยเราและจากเราไปนั้นท่านยังอยู่แน่นอน

อีกเรื่องหนึ่งที่มักเข้าใจกันผิดๆ ว่าเทวดาประจำตัวนั้นท่านแฝงอยู่ในตัวคน ขอให้เข้าใจอย่างถูกต้องเสียใหม่ว่า เทวดาประจำตัวนั้นท่านไม่ได้สิงอยู่ในตัวเรา

อันคนเรานั้นเนื้อตัวนั้นเหม็นมากเป็นป่าช้าที่รวมซา กศ พสัตว์ต่างๆ ที่คนกินเข้าไป

เทพเทวดาทั้งหลายท่านเป็นผู้มีบุญมากกว่าบาป ไม่มีทางอยู่ใกล้กับคนแน่นอน ท่านอยู่อีกภพภูมิหนึ่งที่สูงกว่าภพภูมิของมนุษย์

น้อยครั้งที่ท่านจะมาแฝงตัวในคน ท่านมาเพื่อเมตตาบอกเรื่องสำคัญเท่านั้น เมื่อเสร็จกิจธุระก็จะรีบกลับไปที่ภพภูมิของท่าน

สำหรับพวกเจ้าเข้าทรงทั้งหลายที่บอกว่ามีเทพ มีครูบาอาจารย์มีพระมหากษัตริย์ บุคคลสำคัญในอดีตมาเข้าทรงนั้น ร้อยละ 99 มีแต่ผีที่มาเข้าแล้วแอบอ้างทั้ง

นั้น เพราะถ้าบอกว่าเป็นผีจะไม่มีคนเชื่อ ให้ของกินจึงแอบอ้างเบื้องสูงว่าเป็นพระองค์ท่านนั้น พระองค์ท่านนี้

ผีพวกนี้ถ้าพาคนไปผิดทาง ผิดธรรมก็ถือว่าสร้างกรรมใหม่ฝ่ายไม่ดีที่จะต้องรับผลกรรมหนักกว่าเดิมเสียอีก

คนที่อุทิศบุญให้เทวดาประจำตัวตลอดนั้นจะมีโชคลาภจากการทำงาน ทำอะไรจะไม่ติดขัด บางครั้งจะเกิดการอัศจรรย์ขึ้นซึ่งไม่ต้องตกใจอะไร

เทวดาประจำตัวท่านเมตตาช่วยเหลือสงเคราะห์แม้กระทั่งให้โชค ให้ลาภ แต่จะได้หรือไม่ได้นั้นอยู่ที่บุญของคนนั้นถึงเวลาส่งผลหรือไม่

บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้คุณกับอาชีพโดยตรง เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ดี อย่าลืมว่าการบูชาท่านนั้นเป็นการแสดงความเคารพยอมรับนับถือ

ดังนั้นต้องเอาแนวทางปฏิบัติของท่านในด้านต่างๆ มาปฏิบัติในอาชีพของตนถึงจะเกิดปาฏิหาริย์ได้

เช่น ท่านที่นับถือพระโพธิสัตว์กวนอิม ต้องทราบว่า พระโพธิสัตว์กวนอิมนั้น พระองค์ท่านมีเมตตาสูง ชอบช่วยเหลือคน คนที่บูชาก็ต้องยืดหลักการเมตตา

การช่วยเหลือคน การทานตามแบบอย่างพระองค์ท่าน

ท่านที่นับถือพระพิฆเณศ ท่านต้องรู้ว่าพระพิฆเณศ ท่านเป็นเจ้าแห่งศิลปะวิทยาการ คนที่บูชาก็ต้องหมั่นแสวงหาความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างไม่ย่อท้อ

หรือท่านที่นับถือเสด็จเตี่ยหรือกรมหลวงชุมพรฯ ท่านต้องรู้ว่าเสด็จเตี่ยท่านเป็นทหารกล้าเป็นคนจริง พระองค์ท่านรักชาติ รักแผ่นดินเท่าชีวิต มีสัจจะ

พระองค์ท่านไม่ชอบคนโกงกิน ปล้นแผ่นดินฉ้อราษฎร์บังหลวง

ดังนั้นต้องทำหน้าที่ปฏิบัติแบบพระองค์ท่านอย่าทำในสิ่งที่ท่านเกลียดหรือตรงกันข้ามเป็นอันขาด เพราะต่อให้ไปไหว้จุดธูปทุกวัน

บูชาท่านทุกวันแต่ยังสร้างกรรมไม่ดีสวนทางกับท่าน ให้ร้อยชาติพันชาติ ก็ไม่มีวันเจริญก้าวหน้าในอาชีพได้อย่างแท้จริง

ขอบคุณที่มาดีๆ ธ ธรรมรักษ์

Loading...
Load More By adminz
Load More In ธรรมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

อกหัก ไม่ใช่สิ่งสุดท้ายของชีวิต อย่ากลัวที่จะรัก อย่ากลัวที่จะเริ่ม

หลายๆ คนกลัวที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ สาเหตุหลักมาจากความกลัว กลัวอกหักบ้างแหละ กลัวเขาไม่…